สิ่งที่ได้จากการอุ่นเครื่อง

    ในการทัวร์พรีซีซั่นของแต่ละสโมสร มักจะให้บรรดาดาวรุ่งในทีมชุดเยาวชนที่เริ่มมีแวว หรือกำลังจะอายุเกิน 18 ปี มีโอกาสที่จะติดทีมชุดใหญ่มาทำการเก็บตัวด้วย เพื่อให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์ในการฝึกซ้อมร่วมกับซุเปอร์สตาร์ของทีม และได้มีโอกาสเล่นร่วมกันบ้าง แล้วแต่โอกาส และสถานการณ์ของแต่ละคน โดยลิเวอร์พูลปีนี้ทำการเก็บตัวพรีซีซั่นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา และเริ่มทำการอุ่นเครื่องกับทีมระดับลีกล่างมาแล้ว 4 นัดก่อนที่จะบินมายังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทำศึกอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ หรือ ICC นั่นเอง โดยก็ได้หอบหิ้วดาวรุ่งติดทีมมาด้วยมากมาย ทำให้แฟนบอล “เดอะ ค็อป” เริ่มเห็นฟอร์มของอนาคตของสโมสรในรุ่นต่อๆ ไปแล้ว โดยมีหลายคนทีเดียวที่มีแววที่จะขึ้นมาช่วยทีมชุดใหญ่ในอนาคตได้ในอีกไม่ช้า ด้วยระบบการเล่นของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ทำให้นักเตะดาวรุ่งสามารถเล่นออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และโดดเด่น และเอาตัวรอดได้ทุกคน แต่มีนักเตะบางคนที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น หากไม่นับลอริส คาริอุส นายประตูชาวเยอรมันที่ยังดูขัดหูขัดตาไปบ้าง

ราฟา กามาโช่ แบ็คขวาดาวรุ่งชาวโปรตุกีสวัยเพียง 18 ปี ถือว่าเล่นได้อย่างเข้าตามากทีเดียว โดยเฉพาะในนัดที่ทีมเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ 4-1 สามารถเติมเกมได้อย่างไหลลื่น และไปถึงสุดเส้นหลังตลอด ขาดแต่เพียงการเปิดบอลเข้ากลางประตู ซึ่งคงต้องสั่งสมประสบการณ์อีกซักนิดเท่านั้น ทางที่ดีควรที่จะปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานซัก 1 ฤดูกาล แล้วค่อยดึงกลับขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลหน้า ซึ่งคนนี้ถือว่าเล่นได้อย่างโดดเด่นที่สุดในบรรดาดาวรุ่งทั้งหมดของทีม ส่วนอีกรายก็คือเบน วู๊ดเบิร์น ตัวรุกดาวรุ่งชาวเวลส์ ที่ได้ยินชื่อมาอย่างยาวนานจนมีชื่อติดทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวัยเพียง 18 ปีแต่กลับถูกมองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังของสโมสรได้อย่างแน่นอนตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปีด้วยซ้ำ ส่วนนักเตะใหม่ที่ย้ายเข้ามาก็ดูจะเข้าตาทีเดียว โดยเฉพาะเซอร์ดาน ชากิรี่ ตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่เปิดตัวได้อย่างสวยหรูจากการยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบจักรยานอากาศ ส่วนฟาบินโญ่อาจจะต้องปรับตัวอีกเล็กน้อยเท่านั้นกับฟุตบอลที่รวดเร็วของลิเวอร์พูล ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหากับนักเตะบราซิลอย่างเขา ตอนนี้เหลือแค่รอการลงสนามของอิลสซอน เบ็คเกอร์เท่านั้น