ม้วนเดียวจบ

    สิ่งที่สาวก “เดอะ ค็อป” หวังเป็นอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ก็คือการกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้สำเร็จเสียที หลังจากที่พวกเขาต้องรอคอยมายาวนานกว่า 28 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีบางฤดูกาลที่เฉียดเข้าใกล้แชมป์บ้างในยุคการคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปน และเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ แต่ว่าตอนนั้นพวกเขาเหมือนเป็นม้ามืดนอกสายตาเสียมากกว่า ไม่ได้เป็นตัวเต็งที่จะเบียดลุ้นแชมป์ตั้งแต่ต้น แต่ในฤดูกาลนี้พวกเขาถูกสื่อต่างๆ รวมถึงบริษัทรับพนันที่อังกฤษมองว่าพวกเขาจะเป็นทีมที่จะมีโอกาสโค่นแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้สำเร็จ ซึ่งทีม “เรือใบสีฟ้า” สร้างมาตรฐานไว้สูงมาก ด้วยการเก็บได้ถึง 100 คะแนน และเป็นการนำแบบม้วนเดียวจบด้วย โดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้เก็บชัยชนะเรื่อยมา และเกาะอยู่ในกลุ่มผู้นำร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ และหลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าเบรค เก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง จนทำคะแนนห่างและเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบทิ้งอันดับ 2 อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบไม่เห็นฝุ่นถึง 19 คะแนน ซึ่งกลายเป็นคะแนนที่ห่างจากอันดับที่ 2 มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วย ซึ่งแฟนๆ ของลิเวอร์พูลก็อยากที่จะให้ฤดูกาลนี้ทีมรักของพวกเขาสามารถทำได้อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อปีที่แล้วบ้าง

โดยนัดแรกของฤดูกาล ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์ถล่มเวสต์แฮม ยูไนเต็ดของมานูเอล เปเญกรินี่ กุนซือชาวชิลียับถึง 4-0 และทำให้พวกเขาขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงหลังจบพรีเมียร์ลีกสัปดาห์แรกทันที เนื่องจากจ่าฝูงก่อนหน้านี้คือเชลซี ที่บุกเอาชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ได้ 3-0 เท่านั้น และด้วยโปรแกรมในช่วงต้นฤดูกาลของพวกเขาไม่ได้หนักหนาสาหัสมากด้วย ทำให้พวกเขามีโอกาสทีเดียวที่จะเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และอาจจะกลายเป็นจ่าฝูงแบบยาวม้วนเดียวจบเหมือนอย่างที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำได้ก็ได้ ซึ่งต้องมาดูกันว่าลิเวอร์พูลจะมีความสม่ำเสมอหรือไม่ เนื่องจากมีหลายฤดูกาลที่พวกเขาทำได้ดีเหมือนอย่างนัดที่เอาชนะทีม “ขุนค้อน” ได้ แต่ฟุตบอลลีกมันไม่สามารถวัดอะไรจากเกมแค่นัดเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับคำชมอย่างล้นหลาม กับผลการแข่งขันที่ออกมา หรือแนวทางการเล่นที่เล่นเกมรุกดุดันตลอด 90 นาทีในนัดแรกของฤดูกาล ซึ่งต้องมาดูกันว่าพวกเขาจะทำแบบนี้ได้ตลอด 38 นัดที่ลงสนามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้หรือไม่ หากว่าพวกเขาเล่นได้ในมาตรฐานเดียวกับนัดแรก ก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่ลิเวอร์พูลจะได้นำแบบม้วนเดียวไปจนจบฤดูกาล