ทั้งบู๊ ทั้งบุ๊น

    ลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ถูกมองว่าจะเป็นทีมที่จะมาลุ้นแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ของเป็ป กวาดิโอล่าในระยะยาว ซึ่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ โดยกุนซือชาวสเปนทำทีมแบบให้ลูกทีมเล่นเกมรุกบุกใส่คู่แข่งตลอด 90 นาที จนนำมาด้วยการเก็บ 100 คะแนน และทำประตูได้ถึง 106 ประตู จนเป็นสถิติที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกด้วย ซึ่งมันเป็นการเล่นแบบบู๊ล้างผลาญแบบเกียร์เดียวตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นทีมประเภทถอยหลังหกล้มเลยก็ว่าได้ แต่ในส่วนของลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงก็มีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน คือเดินหน้าบุกเข้าใส่คู่แข่งแทบตลอดทั้งเกมเหมือนกัน โดยจะเห็นได้จากนัดที่พวกเขาเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ดได้ 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของลิเวอร์พูลที่ดีก็คือเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันเริ่มรู้จักที่จะผ่อนเกมบ้างในช่วงท้ายเกม และเริ่มที่จะมีการเล่นแบบรัดกุมขึ้นบ้างในช่วงที่ถูกที่ควร ซึ่งจะต่างจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือแม้แต่ลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ตาม ที่จะเดินหน้าบุกอย่างเดียว จนทำให้ได้ผลการแข่งขันที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการบ้าง

จาก 2 นัดแรกของฤดูกาล ลิเวอร์พูลเล่นได้อย่างไร้ที่ติเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวรับ หรือแนวรุกที่ก็ยังทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำตามเดิม แต่สิ่งสำคัญคือการที่พวกเขาไม่เสียประตูด้วย มันทำให้ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์มีความมั่นใจมากขึ้นในฤดูกาลนี้ ว่าพวกเขามีดีพอที่จะสามารถเป็นผู้ท้าชืงที่จะสร้างความหนักใจให้แก่ทีม “เรือใบสีฟ้า” ได้ไปจนช่วงท้ายฤดูกาลอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลมีทั้งด้านการบู๊ คือสามารถบุกแหลกใส่คู่แข่งได้แบบเป็นสไตล์ของพวกเขาอยู่แล้ว หรือเล่นแบบบุ๊น คือสามารถลงมาเล่นเกมรับบางช่วงเวลาของเกม แล้วเอาผลการแข่งขันที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งนี่ถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ต้องมี ของทีมที่จะประสบความสำเร็จเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังทำทีม “หงส์แดง” ให้มาถูกทางมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่ามันจะถูกทางพอที่จะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้หรือยัง คงต้องมาลุ้นกันไปจนจบฤดูกาลนี้ แต่อย่างน้อยก็ถือว่ากุนซือวัย 51 ปีสามารถทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ได้ลุ้นแชมป์ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้กระทั่งปี 2013-2014 ก็ตาม ซึ่งปีนี้น่าจะดีกว่าปีนั้นอย่างแน่นอน