ช่วงเวลาถอนทุนคืน

    หลังจากทาใช้เงินไปใช่ช่วงซัมเมอร์กว่า 170 ล้านปอนด์ ในการซื้อตัว 4 นักเตะดาวดังเข้ามาเสริมทีมตั้งแต่เดือนแรกของการที่ตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงหน้าร้อนนี้เปิดตัวขึ้นมื่อเดือนกรกฏาคม ทำให้เดือนสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ทีมลิเวอร์พูลที่คาดว่าน่าจะปิดงบการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเป็นเวลาของการขายนักเตะเพื่อนำเงินมาหักลบกลบหนี้กับที่ใช้จ่ายไปบ้างแล้ว ซึ่งมีนักเตะที่อยู่ในข่ายหลายคนทีเดียวที่จะถูกโละออกจากทีม โดยเป็นนักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ในฤดูกาลนี้แล้ว ทั้งดิวอค โอริกี้ กองหน้าชาวเบลเยี่ยมวัย 23 ปีที่สโมสรอยากจะปล่อยให้ได้เกิน 25 ล้านปอนด์ แดนนี่ อิงคส์ กองหน้ามากประสบการณ์ที่แทบไม่ได้ลงสนามของทีมตั้งแต่ย้ายจากเบิร์นลี่ย์มา ซึ่งตั้งราคาไว้ 24 ล้านปอนด์ รวมถึงลาซาร์ มาร์โควิช ปีกชาวเซิร์บด้วย มาร์โก กรูยิช และ 2 ผู้รักษาประตูอย่างซิมง มิโญเล่ต์ และทางลอริส คาริอุสด้วย โดยก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลพึ่งปล่อยแดนนี่ วอร์ด นายประตูมือ 3 ของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วออกไปให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ด้วยค่าตัวประมาณ 12.5 ล้านปอนด์ ซึ่งหากรวมกับดีลนี้ด้วยหากพวกเขาได้นักเตะที่ไม่ได้ใช้งานออกไปทั้งหมด แล้วได้เงินกลับเข้ามาสูทีมถึง 100 ล้านปอนด์จะถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เพราะหากหักลบกลบหนี้ไปแล้ว จะเท่ากับว่าพวกเขาใช้เงินสุทธิไปเพียง 70 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่พวกเขาสามารอัพเกรศักยภาพทีมได้อย่างสุดยอด แต่นั่นเป็นเพียงแค่มุมธุรกิจเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วนักข่าวเขาไม่สนว่าทีมคุณขายนักเตะได้เท่าไหร่ แต่พวกเขาจะโฟกัสกับจำนวนเงินที่ทีมใช้ไปมากกว่า และในซัมเมอร์นี้ ยังถือว่าพวกเขาใช้เงินไปมากที่สุดในลีกอยู่ด้วย และหากจบลงด้วยการที่พวกเขาเป็แน Top spending ในการซื้อนักเตะแล้วหล่ะก็ ความกดดันจะถาโถมเข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์อย่างเต็มเหนี่ยวแน่นอน

ต้องมาดูว่าลิเวอร์พูลจะโละนักเตะที่ต้องการออกไปได้ทั้งหมดหรือไม่ และจะได้เงินจากการขายนักเตะกลับมาเท่าไหร่ ซึ่งอาจจะเป็นเงินที่จะไปสมทบทุนในการซื้อนักเตะในตลาดรอบถัดๆ ไปก็ได้ ซึ่งจะยังขายนักเตะได้จนถึงปลายเดือนสิงหาคมนี้ ตราบใดที่ทีมที่ซื้อไม่ใช่ทีมจากอังกฤษด้วยกัน เนื่องจากทีมจากอังกฤษจะปิดตลาดในวันที่ 9 สิงหาคมนี้แล้ว